อาตุ่ม ชลิต เจ้าของสวนทุเรียน

157 views 9:15 sáng 0 Comments 9 Tháng Năm, 2022

‘ตุ่ม ชลิต’ เตรียมยกสวนทุเรียนให้ 3 ทายาท ‘เฟื่องอารมย์’

ห่างจอ เป็นคุณปู่คุณตาเลี้ยงหลาน!

‘ตุ่ม ชลิต’ สร้างมรดกสวนทุเรียน 50 ไร่ไว้ให้หลาน 3 ทายาท ‘เฟื่องอารมย์’

เป็นอีกนักแสดงอาวุโสมากฝีมือเลยทีเดียว สำหรับ ‘ชลิต เฟื่องอารมย์’ วัย 72 ปี ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน ที่เขานั้นได้หายหน้าหายตาไปจากวงการนานพอสมควร

ออกมาอัปเดตชีวิตล่าสุดให้แฟนๆ ได้ติดตามกันแบบต่อเนื่อง สำหรับ นักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ ‘ชลิต เฟื่องอารมย์’ หรือ ‘อาตุ่ม ชลิต’ ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลาย 10 ปี

ล่าสุด ‘ชลิต เฟื่องอารมย์’ ก็ได้ควงแขนลูกสาว ‘แนน ชลิตา’ มาเปิดใจ หลังไปใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี รวมถึง หันมาทำอาชีพใหม่ เป็นเกษตรกรเต็มตัวปลูกทุเรียน

“ตอนนี้หันมาทำสวนทุเรียน ส่วนมากก็จะเป็น หมอนทอง ชะนี พวงมณี ทุเรียนขึ้นชื่อที่จันทบุรี คือหมอนทอง มีทั้งหมด 50 ไร่ ถามว่ากระทบไหม บังเอิญราคาดี คือตอนที่เราปลูกใหม่ ๆ

ทุเรียนกิโลกรัมละ 20-30 บาท แต่ตอนนี้ราคา 100 กว่า เกือบจะ 200 แล้ว ส่วนมากคนที่ปลูกมักจะส่งออก คือทางจีนจะมารับซื้อ ส่วนต้นทุนในการปลูกทุเรียนสูงมาก

เดือนหนึ่งก็เป็นแสนมีทั้งค่ายา ค่าปุ๋ย แล้วเราทำคนเดียวไม่ไหว เราต้องจ้างคนงานทุกวัน แล้วค่าแรงวันหนึ่งอย่างต่ำ 300 บาท แล้วคนไทยไม่ทำ มีแต่คนงานต่างด้าวทั้งนั้นเลย

อยู่จันทบุรีมากกว่า ซึ่งเราอยู่ที่นี่มา 30 ปีแล้ว คือเราเป็นคนที่ชอบความสงบนิ่ง ความเงียบสงบมันทำให้เกิดสมาธิ ทำให้ใจเราสงบ แล้วเราก็อยู่กับสิ่งสวยงาม

อยู่กับธรรมชาติ มันทำให้ชีวิตเรามีความสุขมาก เพราะอยู่กรุงเทพฯ ก็มีแต่ความวุ่นวาย จันทบุรี อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มีแต่สีเขียว แล้ว จันทบุรี มีทั้งหมดเลย มีน้ำตก มีทะเล

มีอาหารอุดมสมบูรณ์ และ คนก็นิสัยดี เราอยู่ในกลุ่มสมาคมท่องเที่ยวก็เลยทำให้เรามีประโยชน์กับจังหวัดจันทบุรีด้วย เวลาเรามีงานที่กรุงเทพฯ เราก็ขับรถไปมาเอง เพราะมันใกล้สะดวก

ตอนหน้าทุเรียนก็เอามาให้หลาน ๆ เขาได้ทานกัน เมื่อก่อนตอนเขาเด็ก ๆ เราก็เอาทุเรียนยัดใส่ปากเขา เขาก็ทาน แต่พอโตรู้สึกเหมือนเขาจะเมิน ๆ หลานเขาก็ชวนเล่น

ชวนคุย เขาคุยเก่งมาก ส่วนมากเขาก็จะชวนตามานั่งดูโน่นดูนี่ มาเล่นอะไรตามประสาเด็ก ได้เลี้ยงทั้งลูกและหลาน มันคนละแบบ อย่างแนนเขาก็ไม่อะไร ส่วนหลานวุ่นวายมาก

คือเจ้ากี้เจ้าการหมดทุกอย่าง เขาจะเป็นคนบงการหมดว่าตาต้องอย่างนั้น ตาต้องอย่างนี้ แต่ตอนเราเลี้ยงลูก ๆ พ่อแม่เข้านี่จะอีกแบบ จะนิ่ง ไม่เหมือนกัน

พอเราหลบไปอยู่ของเราที่จันทบุรี ลูก ๆ เขาก็เป็นห่วง ไม่อยากให้เราไปอยู่คนเดียวไกล ๆ เขาก็จะห่วงเรื่องการขับรถ การเป็นอยู่ของเรา อะไรแบบนั้น

จริง ๆ ไม่ต้องห่วง ลูกดีอยู่แล้ว คือที่เป็นอยู่ปัจจุบันเราก็พอแล้ว มีหลานน่ารัก ๆ ให้เรามีชีวิตครอบครัวที่ดีที่อบอุ่น ไม่ได้ทำให้เราเดือดเนื้อร้อนใจ หรือมาทำให้เราเค รี ยด

กับสิ่งต่าง ๆ รอบด้าน คือแค่มองหน้าก็รู้ใจกัน และรู้ใจกันด้วยการกระทำ อยู่โน่นปลอดภัย เพราะอยู่ในสวนก็ไม่มีใคร อยู่รีสอร์ทก็ปลอดภัยเพราะลูกค้าไม่มี ที่ไหนเราก็ไม่ไปปลอดภัยแน่นอน”