หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ จังหวัดเชียงใหม่-Hot News Daily

‘หมอเหวง-นพ.สันต์-วรชัย’ ลั่น ฆ่าเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ยัน ‘ไม่ก้มหัวให้เผด็จการ’ เห็นด้วย 3 ข้อเรียกร้องเยาวชน

‘หมอเหวง-นพ.สันต์-วรชัย’ ลั่น ฆ่าเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ยัน ‘ไม่ก้มหัวให้เผด็จการ’ เห็นด้วย 3 ข้อเรียกร้องเยาวชน

เมื่อวันที่ 10 เมษายน เวลา 11.10 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ “ยูดีดีนิวส์” ร่วมกับญาติวีรชน และประชาชน จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน #11ปี10เมษา53

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายงานโดยทั่วไป มีคนเสื้อแดงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยการตั้งจุดคัดกรองโควิด-19 อย่างเคร่งครัด บริเวณทางเข้าด้านหน้ามีการตรวจวัดอุณหภูมิและบริการแอลกอฮอล์เจลล้างมือ อีกทั้งยังมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมษาในปี 53 ด้านหน้าอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

เวลา 14.00 น. นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิดวงประทีป ขึ้นกล่าวรำลึก ความว่า ตนรู้สึกตื้นตันใจที่มาวันนี้ และเห็นว่าทุกคนมาด้วยใจ สิ่งที่ตนอยากเรียนให้ทราบวันนี้ คือเรามีลูกๆ หลานๆ ที่ได้รับไม้ต่อจากเราแล้ว ต่อไปนี้ตนจะนอนตายตาหลับ เพราะพวกเขาจะทำให้ประเทศของเราไม่จมปลักอย่างที่เคยเป็นหลาย 10 ปี ให้พวกเขาสำเร็จในสิ่งที่เขาปรารถนา มีความสุข ความเจริญ ดินฟ้า อากาศเป็นใจให้กับพวกเราในวันนี้ ขอให้พวกเราจงเจริญ

นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิดวงประทีป

จากนั้น นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช. กล่าวว่า เรียนพี่น้องเสื้อแดงที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมา นับตั้งแต่ 2549 เป็นต้นมา 11 ปีที่แล้ว คนเสื้อแดงได้มาชุมนุมเรียกร้องคืนอำนาจให้ประชาชน คนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อต้องการระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง พวกเขาใส่ร้ายกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าพวกเรามีกลุ่มเสื้อดำติดอาวุธ เลยส่งกำลังทหารกองทัพ 3 เหล่า มาสลายชุมนุมเรา แม้ตะวันตกดินแล้วเขาก็ยังเข่นฆ่าคนบนถนนมากมาย ซึ่งขัดหลักสากล

“เรามาชุมนุมวันนี้เพื่อรำลึกถึงวีรชนของเรา ประกาศว่าเราจะสืบทอดเจตนารมณ์อุดมการณ์ของเขา ให้ถึงที่สุด สิ่งหนึ่งที่น่าปีติยินดีมาก คือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองปัจจุบันนี้ ทำให้เยาวชนปัจจุบันนี้ มาตระหนักรู้ถึงการต่อสู้ของพวกเราในปี 53 ปรบมือให้คนรุ่นใหม่ด้วย” นพ.เหวงกล่าว และว่า

การใส่ร้ายป้ายสีของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนนั้น ที่ว่าพวกเราเผาบ้านเมือง เป็นเรื่องโกหกสิ้นเชิง ปัจจุบันนี้คนรุ่นใหม่ได้เชื่อมหลอมกับการต่อสู้ของคนเสื้อแดงเมื่อ 11 ปีที่ผ่านมา จนตกผลึกออกมาเป็น 3 ข้อเรียกร้อง 1 ข้อคิดเห็น ซึ่งผมเห็นด้วยทุกประการ

นพ.เหวงกล่าวต่อว่า ขอเรียนว่าการคุมขังเยาวชนนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โปรดพิจารณาปล่อยพวกเขาให้ได้รับอิสรภาพเถิด

“ผมต้องกราบเรียนทุกท่านว่า เราทุกคนต้องตามทวงถามความยุติธรรมให้วีรชน ฆาตกรและผู้สั่งการต้องได้รับโทษ พวกเราต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง

ขอจบด้วยบทกวีที่ผมอยากจะฝากทุกท่าน

“เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์

สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์

แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน

จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน” นพ.เหวงกล่าว

นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช.

ด้าน นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ที่ฆ่าการวสันต์ ภู่ทอง สมองกระจาย ติดตา หลับไม่ลง ที่สำคัญที่สุด คือความเจ็บปวดของญาติ นี่คือความโหดร้ายของพวกเผด็จการบ้าอำนาจ ฆ่าเท่าไหร่ไม่มีวันหมด พี่น้องเราตายไปเท่าไหร่ ก็ไม่จบ เรื่องของความคิด สิทธิเสรีภาพ ของแต่ละรุ่นที่ถ่ายทอดมา ทำให้เห็นว่าประเทศนี้ไม่มีความยุติธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย

“เราไม่มีวันก้มหัวให้เผด็จการ แม้แต่พม่าเขายังลุกขึ้นมาสู้ เราก็ต้องสู้ ความยิ่งใหญ่ของมวลชน ไม่มีใครยิ่งใหญ่เท่าพี่น้องเสื้อแดง พวกเราแก่ พวกเราตาย แต่ความคิดเรายังอยู่ ไม่มีใครที่จะไม่ต่อสู้ การต่อสู้แต่ละครั้งเราจะเห็นพี่น้องเสื้อแดงเกินครึ่ง สังคมมีการเปลี่ยนแปลง โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ทุกอย่างต้องมีการปฏิรูป มีการเปลี่ยนแปลง ถ้าการเมืองไม่มีการปฏิรูป ถ้าองค์กรใดไม่มีการเปลี่ยนแปลง องค์กรนั้นก็อยู่ยาก คนเสื้อแดงจะยืนหยัดต่อสู้ต่อไป” นายวรชัยกล่าว

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.)

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button